แค้นนี้ต้องชำระ! 5 ประเด็นเดือดก่อนแมนยูบู๊วัตฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในคืนนี้เพื่อดวลกับ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด โดยชัยชนะของทั้งสองทีมสำคัญมากเนื่องจาก “ผีแดง” มีลุ้นแซงขึ้นอันดับ 5 หลังจาก สเปอร์ส และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พลาดท่าไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ทีมเยือนก็ต้องการแต้มเพื่อหนีจากโซนตกชั้น เป็นเกมที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งแต่ก่อนอื่นมาลองสำรวจประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมกัน

1.มาร์กซิยาลเริ่มมา

แค้นนี้ต้องชำระ! 5 ประเด็นเดือดก่อนแมนยูบู๊วัตฟอร์ด

    ก่อนหน้าที่จะพักเบรกหนีหนาว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ถูกวิจารณ์จากทั้งแฟนบอล สื่อ รวมถึงกูรูลูกหนังหลายคนไม่ว่าจะเป็น แกรี่ เนวิลล์ หรือ พอล สโคลล์ ถึงเรื่องฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐานหลายครั้ง และไม่มีความเด็ดขาดในการจบสกอร์ แม้ว่าจะมีความเร็วและเทคนิคการเลี้ยงบอลดีในระดับหนึ่ง นั่นทำให้เขาถูกตั้งคำถามถึงการเล่นเป็นกองหน้าตัวกลาง 

    อย่างไรก็ตามหลังจากพักเบรกมา มาร์กซิยาล ก็เริ่มดับเสียงวิจารณ์เหล่านั้นด้วยการโขกประตูสำคัญในเกมเยือน เชลซี และ 3 วันต่อมา เขาก็ยิงอีกหนึ่งประตูในเกมเสมอกับ คลับ บรูช ทำให้ในฤดูกาลนี้เขายิงทั้งหมด 14 ประตู กับ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 30 นัดในทุกรายการ ตอนนี้ความมั่นใจของเจ้าตัวดูเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง และ โซลชา ก็ออกปากชม มาร์กซิยาล และเชื่อมั่นว่าเขาจะยิงถึง 20 ลูกได้แน่ ต้องมารอดูกันว่าคืนนี้เขาจะยิงประตูต่อเนื่องหรือไม่

2.หนูแม็ครีเทิร์น?

แค้นนี้ต้องชำระ! 5 ประเด็นเดือดก่อนแมนยูบู๊วัตฟอร์ด

    ช่วงนี้นักเตะผีแดงที่บาดเจ็บเริ่มทยอยกลับมากันแล้วอย่างในรายของ เอริก ไบยี่ ก็กลับมาลงตัวจริงครั้งแรกของซีซั่นนี้ในเกมพบ เชลซี ซึ่งเขาก็ทำผลงานยอดเยี่ยมอีกด้วย และสัปดาห์นี้ผีแดงก็ได้รับข่าวดีต่อเนื่องเมื่อ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่พักแข้งมายาวนานนับตั้งแต่บาดเจ็บหัวเข่าในเกมที่ แมนฯยูไนเต็ด ถล่ม นิวคาสเซิ่ล 4-1 กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบแล้ว และโซลชา ก็ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่าเจ้าตัวอาจจะมีชื่ออยู่เกมคืนนี้ด้วย 

    การกลับมาของ แม็คโทมิเนย์ ทำให้ตัวเลือกในแดนกลางของ แมนฯยูไนเต็ด มีเพิ่มมากขึ้นซึ่งน่าจะมาแบ่งเบาภาระของ เฟร็ด และ เนมานย่า มาติช ที่ถูกใช้งานหนักมาอย่างต่อเนื่อง รอลุ้นกันว่าเขาจะมีโอกาสลงสนามหรือไม่

3.อิกาโล่ลุ้นยิงทีมเก่า

แค้นนี้ต้องชำระ! 5 ประเด็นเดือดก่อนแมนยูบู๊วัตฟอร์ด

    โอเดียน อิกาโล่ มีส่วนร่วมกับทั้งสองเกมที่ผ่านมาแม้จะลงมาสนามรวมกันสองนัดแค่ 24 นาที คืนนี้คาดว่าหัวหอกตัวยืมจาก เซี่ยงไฮ้ เซิ่นหัว จะได้ประเดิมลงเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง ซึ่งโชคชะตาก็พาให้เขากลับมาเจอกับทีมเก่าอย่าง วัตฟอร์ด ซึ่งเคยค้าแข้งระหว่างปี 2014-2017 ก่อนย้ายไปเล่นในลีกจีน โดยตอนนั้นเขายิงประตูให้ “แตนอาละวาด” ทั้งหมด 15 ประตูจาก 55 นัด 

    หากคืนนี้เขายิงประตูทีมเก่าได้จะเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีกคนแรกนับตั้งแต่ปี 2014 ที่ทำประตูใส่ทีมเก่าจากการประเดิมสนามกับทีมใหม่ในเกมเหย้านัดแรกของตัวเอง ซึ่งคนสุดท้ายที่ทำไว้คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งยิงประตูให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพบกับ เชลซี เมื่อเดือนกันยายน ปี 2014

4.แตนเริ่มแผ่ว

แค้นนี้ต้องชำระ! 5 ประเด็นเดือดก่อนแมนยูบู๊วัตฟอร์ด

    หลังจากที่ วัตฟอร์ด เปลี่ยนกุนซือจาก กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส เป็น ไนเจล เพียร์สัน พวกเขาก็ทำผลงานดีอย่างต่อเนื่องโดยนับตั้งแต่ประเดิมคุมทัพพ่ายแพ้ หงส์แดง เมื่อกลางเดือนธันวาคม หลังจากนั้นอดีตกุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ ก็พาทีมไร้พ่ายต่อเนื่อง 7 นัดติดต่อกันในทุกรายการซึ่งเก็บชัยได้ถึง 4 นัด หนึ่งในนั้นคือเกมที่เปิดรังทุบ แมนฯยูไนเต็ด ด้วย จากผลงานที่ยอดเยี่ยมนี้ทำให้พวกสามารถไต่จากทีมบ๊วยของตารางแซงขึ้นมาพ้นโซนตกชั้นได้สำเร็จ 

    อย่างไรก็ตามช่วงปลายเดือนมกราคมฟอร์มของ วัตฟอร์ด ก็เริ่มรูดลงเรื่อยๆโดยพวกเขาพ่าย 3 เกมติดต่อกันในทุกรายการ (แพ้ แอสตัน วิลล่า, ทรานเมียร์-เอฟเอ คัพ, เอฟเวอร์ตัน) ก่อนจะเสมอกับ ไบรท์ตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หากนับรวมเกมเจ๊า สเปอร์ส ช่วงกลางเดือนมกราคมจะทำให้ วัตฟอร์ด ไร้ชัยมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน พวกเขาเลยกลับไปอยู่อันดับรองบ๊วย แต่ก็มีแต้มห่างโซนปลอดภัยแค่ 1 แต้มเท่านั้น เพราะฉะนั้นคืนนี้หนึ่งแต้มก็มีค่าในเกมเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด 

5.ผีแดงจ้องล้างแค้น

แค้นนี้ต้องชำระ! 5 ประเด็นเดือดก่อนแมนยูบู๊วัตฟอร์ด

    วัตฟอร์ด ยังไม่เคยบุกเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในเกมลีกแม้แต่ครั้งเดียว (แพ้ 10 เสมอ 2) และหากนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก แมนฯยูไนเต็ด เอาชนะ วัตฟอร์ด ได้ทุกนัด (6 นัด) ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยยิงประตูถึง 14 ลูก และเสียแค่ 2 ประตูเท่านั้น 

    อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ แมนฯยูไนเต็ด บุกไปพ่ายให้กับ วัตฟอร์ด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 โดยเกมนั้น ปีศาจแดง โดน 2 ประตูใน 4 นาทีจาก อิสไมล่า ซาร์ และจุดโทษของ ทรอย ดีนี่ย์ และหากใครจำได้เกมนั้นเป็นเกมที่ เจสซี่ ลินการ์ด มีโอกาสหลุดเดี่ยวแต่ดันชิพข้ามคานแบบเหลือเชื่อ นอกจากนี้ยังเป็นเกมที่ ดาบิด เด เคอา รับบอลพลาดจนเสียประตูอีกด้วย แน่นอนว่าการพ่ายแพ้ครั้งนั้น แมนฯยูไนเต็ด คงจะจำฝังใจและคืนนี้พวกเขาจะต้องระบายความแค้นให้ได้

Facebook Comments
x